13 กันยายน 2557

Legendary Star-Lord #1 (2014)

ชื่อของเขาคือ ปีเตอร์ ควิลล์ ลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งต่างดาว
ผู้เป็นทั้งเจ้าชาย หัวขโมย มือปืน หัวหน้าทีม และผู้พิทักษ์แห่งอวกาศ
นี่คือเรื่องราวของ
บุรุษผู้เป็นตำนาน สตาร์ลอร์ด!!


Legendary Star-Lord #1 (2014)
เรื่องโดย : Sam Humphries
ภาพโดย : Paco Medina, Juan Vlasco, David Curiel

วางจำหน่าย : 2 กรกฎาคม 2014
สำนักพิมพ์ : Marvel Comics
ผู้สปอยล์ : Musashi

20 ปีก่อน...

(คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่)



รัฐโคโลราโด

หลวงพ่อ : ปีเตอร์ ได้เวลากลับไปที่โบสถ์แล้ว

หลวงพ่อ : อีกไม่นานครอบครัวอุปถัมภ์ก็จะมารับเจ้าไปอยู่บ้านใหม่แล้ว

หลวงพ่อ : ลูกเอ๋ย พวกเราไม่เคยรู้เกี่ยวกับพ่อของเจ้าและ...

หลวงพ่อ : ...ตอนนี้แม่เจ้าจากไปแล้ว เจ้าคือกัปตันของเรือของเจ้าเองแล้ว มันขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่าจะกำหนดเส้นชีวิตตัวเองยังไง

หลวงพ่อ : ปีเตอร์ เจ้าฟังที่พ่อพูดอยู่หรือเปล่า ?

 หลังจากวันนั้น ชีวิตผมบนโลกก็เหมือนกับฝันร้าย 


 แต่ถ้าให้พูดกันตรงๆแล้ว...

 ...บางครั้ง อวกาศมันก็ไม่ค่อยเข้าท่านักหรอก

Pain in The Ass แปลตรงตัวว่าความเจ็บในตูด!!? ซึ่งจริงๆแล้วเป็นแสลงที่มีความหมายในเชิงลบครับ ประมาณว่า ถ้าเราเจ็บในตูด (ริดสีดวง ?) มันคงเป็นอะไรที่ไม่ดีนัก ประมาณนั้นอ่ะ

ปีเตอร์ ควิลล์ (Peter Quill) หรือ สตาร์ลอร์ด (Star-Lord) กำลังยืนประจัญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวเผ่าบาดูน (Badoon) อาวุธครบมือหลายคนอยู่ โดยมีผู้หญิงและเด็กอยู่ข้างหลังเขาอีก 3 คน

Badoon Boss : เอาละ ปีเตอร์ ควิลล์ อย่าขยับนอกซะจากว่าแกอยากมีรูระบายอากาศที่ตัว แกเสร็จเราแน่ๆแล้ว สตาร์ลอร์ด

Dead-To-Right เป็นสำนวนแปลประมาณว่า แน่นอน อย่างไม่ต้องสงสัยเลย



Star-Lord : ชั้นขอเตือนพวกแกนะ ชั้นนะฆ่าบาดูนมาตั้งแต่ชั้นอายุ 10 ขวบแล้ว

Badoon Boss : ตอนชั้น 10 ขวบ ชั้นก็กินสมองมนุษย์ทุกวัน ร่างกายแข็งแรง-- ก็อย่างที่เค้าว่ากันมานะน่ะ

ประโยคนี้มาจากการเล่นกับสำนวน An Apple a Day Keeps the Doctor Away แปลตรงตัวคือกินแอปเปิ้ลวันละลูก เอาหมอไปไกลๆได้เลย ซึ่งมีความหมายว่ากินผลไม้ทุกวันร่างกายแข็งแรง (ไม่ต้องไปหาหมอ)

Badoon 2 : ตอนนี้ส่งปืนแกมาซะ

Star-Lord : เฮ้! นั่นมันปืนของชั้--

หญิงสาว : มันเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆเลยที่ได้เจอพวกคุณทุกคน แต่-- พวกคุณจะช่วยไสหัวออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้หน่อยได้มั๊ย ?


Badoon Boss : ใจเย็นๆหน่อยนะสาวน้อย เราได้อะไรที่พวกเรามาเอาแล้ว-- แล้วก็ของแถมอีกนิดหน่อย ชั้นคิดว่าเธอคงไม่รู้สินะว่าอัญมณีมันดาเลย์ (Mandalay Gem) อยู่ที่นี่

ชาวบาดูนชูมือที่ถือวัตุที่ส่องประกายแสงสีม่วงชิ้นหนึ่งเอาไว้

หญิงสาว : ชั้นรู้ทุกเรื่่องที่อยู่ในเขตกำแพงนี้นะแหละ ตอนที่กองทัพสปาร์แท็กซ์ ถอยทัพมา พวกเขาซ่อนมันเอาไว้อย่างปลอดภัยที่นี่

Star-Lord : นั่นเป็นความผิดของผมเอง



Badoon Boss : โอ้! อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปที่รัก

Sour แปลว่า เปรี้ยว แต่ยังหมายถึงการแสดงความรู้สึกไม่พอใจ ทำหน้าบูดหน้าเบี้ยว หงุดหงิดอะไรแบบนี้ได้ด้วย (คงเพราะเวลากินอะไรที่เปรี้ยวจัดแล้วคนเราจะทำหน้าเหยเก)

Badoon Boss : พวกเราชาวบาดูนไม่ใช่พวกเดียวที่น่ารังเกียจพอที่จะปล้นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรอก

Badoon Boss : แกก็มาด้อมๆมองๆ อยู่แถวนี้รอฟังนิทานก่อนนอนเหมือนกันนี่ ใช่มั๊ยล่ะ ปีเตอร์ ควิลล์ ?

ชาวบาดูนหยิบใบประกาศจับของสตาร์ลอร์ดออกมา เพื่อจะบอกว่าสตาร์ลอร์ดก็เป็นโจรเหมือนกันนี่ ที่เห็นมาด้อมๆ มองๆ อยู่เมื่อกี้ ก็คงกะจะมาปล้นที่นี่เหมือนกันละสิ

Badoon Boss : แกอยากได้อัญมณีนี้ไปเป็นของตัวเองละสิ! สตาร์ลอร์ดผู้เป็นตำนานถูกจับได้ตอนกำลังจะขโมยของจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่น่าสงสาร ฮ่าวๆ!

สีหน้าของเด็กสาวคนหนึ่งออกอาการผิดหวังเมื่อได้ฟังว่าสตาร์ลอร์ดคนที่กำลังปกป้องพวกเธออยู่ตอนนี้ ที่จริงก็ตั้งใจจะมาปล้นพวกเธอเหมือนกัน

Star-Lord : เฮ้! ชั้นกำลังพยายามที่จะ-- ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะ--



 หลังจากที่อาณาจักรสปาร์แท็กซ์ล่มสลาย พวกสลัดอวกาศก็เริ่มขยายอาณาเขตของพวกมัน 

 แบบเจ้าพวกนี้

 และไม่มีใครที่จะหยุดพวกมันได้ 


พวกบาดูนจับตัวสตาร์ลอร์ดขึ้นยานจากไป ในขณะที่มีคนกลุ่มหนึ่งแอบติดตามสตาร์ลอร์ดอยู่

??? : กัปตัน พวกมันเอาสตาร์ลอร์ดออกไปนอกชั้นบรรยากาศแล้ว

??? : กลับไปที่ยาน พวกเราจะตามมันไป


ส่วนเด็กกำพร้าคนหนึ่งก็พูดถึงสตาร์ลอร์ดกับหญิงสาว

เด็กสาว : คุณดอนน่า ? หนูชอบปืนของเขา

Donna : ไม่ หนูไม่ได้ชอบหรอก

เด็กสาว : หนูชอบมันมากๆเลย


บนยานของพวกบาดูน ลูกกระจ๊อกสองตัวเอาปืนของสตาร์ลอร์ดมาทำเป็นแกล้งยิงกันเลน

Badoon A : บอส นี่มันไม่ใช่ปืนจริงด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่สัญญาณพลังงานเลย! ฮ่าว ฮ่าว ฮ่าว!

Badoon B : โอ๊ย! ชั้นเสร็จแกซะแล้ว! ไอ้สตาร์ลอร์ดสติฟั่นเฟือน! ดันเอาของเล่นมาสู้กับปืนจริงว่ะ!

เออ นั่นของเล่นชั้นเองแหละ ไอ้หน้าตุ๊กแก

ปล่อยให้พวกมันสนใจแต่ปืนไป พวกมันจะได้ไม่ทันนึกถึงรองเท้าของชั้น--



Badoon Boss : ดูเหมือนเราจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวนะ เด็กๆ-- ได้ทั้งอัญมณีกับสตาร์ลอร์ด มิสเตอร์ไนฟ์ (Mr. Knife) ตั้งค่าหัวแกเอาไว้ ควิลล์ และพวกข้าก็จะรวยกันจากการการเอาหัวแกไปส่ง แกคงไปหาเรื่องผิดคนมาอีกแล้วละสิ ?

Star-Lord : ชั้นไม่เคยได้ยินชื่อมิสเตอร์ไนฟ์อะไรนี่เลย

Badoon Boss : หืมม แกนี่มันโกหกหน้าตายตริงๆ

 ชั้นไม่เคยได้ยินจริงนี่หว่า 

Badoon Boss : ไนฟ์ง่ายเงินก้อนโตสำหรับอาวุธลึกลับนี่ เค้าว่ากันว่าหมอนี่กำลังเล็งเป้าหมายไปที่โลก หมอนั่นมันตัววิบัติแห่งอวกาศ-- ประจำเดือนนี้เลยแหละ วายร้ายของแท้ ตัวเอ้เลย

Badoon Boss : แล้วแกหมายความว่าไงว่าแกไม่รู้จักเขา ? แกและทีมผู้พิทักษ์กาแลคซี่ของแกไปมุดหัวอยู่หลังเขามารึไง ?

Star-Lord : พวกเรายุ่งแต่อยู่กับเรื่องสำคัญๆนะ ไอ้จิ้งจก

 เด๋วนะ เมื่อกี้หมอนี่พูดอะไรเกี่ยวกับโลกนะ ? 

Badoon Boss : อ๋อหรอ เรื่องสำคัญๆแบบไหนละ ?

Star-Lord : อืม...




Star-Lord : เอ่อ... ก็สำคัญมากๆน่ะ

ดูรูปกันเอาเองแล้วกันว่าเรื่องสำคัญมากๆของสตาร์ลอร์ดมีอะไรบ้าง



Star-Lord : เรื่องแบบที่มันสมองสัตว์เลื้อยคลานอย่างแกคงไม่มีวันเข้าใจ

Badoon Boss : โชคแกยังดีนะ เค้าจะจ่ายค่าหัวให้ต่อเมื่อพาแกไปเป็นๆ แต่เค้าไม่ได้พูดถึงเรื่องจัดการกับคำตอบยียวนแบบชาวโลกของแก

Badoon Boss : ทัมเนลว่าไง ? ทำให้หมอนี่หลับไปหน่อยซิ

Thumbnail : ทัมเนลเกลียดคำตอบยียวน!

แล้วสตาร์ลอร์ดก็โดนจัดเข้าให้เปรี้ยงนึง



พอถูกจับยัดห้องขัง สตาร์ลอร์ดก็แอบหยิบอุปกรณ์สื่อสารอันหนึ่งออกมาแล้วติดต่อไปหาคิตตี้ ไพรด์ (Kitty Pryde) (คงจะสนิทกันตอนอีเวนต์ The Trial of Jean Grey มั๊ง)

Star-Lord : เธออยู่นี่เอง! เป็นยังไงบ้างล่ะ ?

Kitty Pryde : ทำไมหรอ ชั้นสบายดี ขอบคุณนะ ปีเตอร์! นายเป็นยังไงบ้าง

Star-Lord : คิดตี้ มีการจู่โจมโลกเกิดขึ้นรึเปล่า

Kitty Pryde : ไม่นี่ ชั้นค่อนข้างมั่นใจเลย โลกค่อนข้างสงบดีตอนนี้

Star-Lord : เอ้อ--บางทีเธออาจจะอยากลองเช็คดูอีกที ?

Kitty Pryde : ปีเตอร์ โลกเราถูกรุกรานแบบว่า 20 ครั้งได้แล้วมั๊งตั้งแต่ชั้นอายุ 13 แล้วก็นับตั้งแต่ที่ทานอส--

ในคอมมิคใช้คำว่า Since I Bar Mitzvah'd ซึ่งแปลว่าตั้งแต่ชั้นเข้าพิธีบาร์มิทซวาห์  ซึ่งเป็นพิธีที่เด็กชายชาวยิวจะต้องรับศิลในการที่จะย่างก้าวสู่ความเป็นหนุ่ม เมื่ออายุครบ 13 ซึ่งก็งงๆ อยู่เหมือนกัน ก็ในเมื่อคิตตี้เป็นผู้หญิงนี่นา หรือว่าจริงๆแล้วคิตตี้จะเป็น...?! ไม่น๊าาาาาาาาาา

Star-Lord : นั่นคงเป็นความผิดของชั้นด้วยเหมือนกัน

Kitty Pryde : ถ้ามันมีการโจมตีละก็ชั้นต้องรู้แล้ว

Star-Lord : เย่ มันแค่ชั้นอยู่ใน--  เดี๋ยวนะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน เธออยู่บนเตียงหรอ ?



แล้วพอสตาร์ลอร์ดสังเกตุว่าคิตตี้อยู่บนเตียง พี่แกก็พยายามจะป้อทันที

Kitty Pryde : ชั้นกำลังออกเกรดให้พวกนักเรียนอยู่ ใจเย็นน่า

Star-Lord : แล้วอะไรอีกอ่ะ

Kitty Pryde : ก็ออกเกรดไง

Star-Lord : ไม่หนุกเลย

แต่ดูเหมือนว่าคิตตี้จะไม่เล่นด้วย

Kitty Pryde : ฟังนะ มันไม่ใช่ว่านายไม่น่ารักหรอก...
Kitty Pryde : ชั้นแค่ไม่มีดวงกับคนชื่อปีเตอร์น่ะ

สไปเดอร์แมนก็ชื่อ ปีเตอร์ ในจักรวาลหลักนี่ผมไม่รู้ว่าคิตตี้เคยมี Something กับสไปดี้รึเปล่า แต่ถ้าในจักรวาลอัลติเมท เธอเคยเป็นกิ๊กกับปีเตอร์อยู่พักนึง ก่อนจะเลิกกันไปแล้วปีเตอร์ก็ตาย

Star-Lord : งั้นเรียกผมว่า Baby Boo ก็ได้ ร็อคเก็ตก็เรียกผมแบบนั้น

Kitty Pryde : พี่แรคคูนตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงให้นายเนี่ยนะ ?

??? : ควิลล์ แกคุยกับใครอยู่ ?

Kitty Pryde : นั่นเสียงอะไรน่ะ ?

Star-Lord : เอ่อ แบบว่าชั้นอยู่ในคุกน่ะ แล้วก็--

Kitty Pryde : นาย "แบบว่า" อยู่ในคุกได้ไงนะ ?



ทัมเนลที่ได้ยินเสียงสตาร์ลอร์ดคุยกับคิตตี้ก็เปิดประตูห้องขังเข้ามา

Star-Lord : คิตตี้ เจอทัมเนลซะสิ ทัมเนลนี่คือ--

Thumbnail : ทัมเนลเกลียดการคุยกระหนุงกระหนิง!

แล้วก็โดนเปรี้ยงเข้าที่หน้าจนอุปกรณ์สื่อสารกับคิตตี้หลุดมือ

 ทัมเนลเกลียดการล็อคประตูข้างหลังเขาด้วยเหมือนกัน 

 นี่ล่ะโอกาสของชั้น 

 ที่พวกมันไม่ได้สังเกตุรองเท้าบู้ตของชั้นเลย 

สตาร์ลอร์ดจึงเปิดไอพ่นที่รองเท้าบู้ตของเขาทันที

Star-Lord : ยิง!



พลังจากไอพ่นของรองเท้าบู้ตสตาร์ลอร์ดทำเอาทัมเนลปลิวไปไกล

 ต้องจัดให้ไว-- พวกบาดูนยิ่งขี้โมโหอยู่ 

แล้วสตาร์ลอร์ดก็ไปเอาปืนของเขาที่ถูกพวกบาดูนยึดไปคืนมา

 ฮัลโหล ที่รัก! 

 ปืนธาตุของชั้น (Element Gun) 

 เข้ารหัสกับดีเอ็นเอชั้นไว้ ต้องเป็นตัวชั้นหรือสายเลือดเดียวกับชั้นเท่านั้นถึงจะใช้มันได้ 



 นั่นแหละทำไมเจ้าพวกโง่นี่ถึงใช้ปืนชั้นไม่ได้ 

Badoon Boss : แกยิงพวกเราทั้งหมดไม่ได้หรอก ควิลล์! อย่าแม้แต่จะคิดเลย!

Star-Lord : สายไปล่ะ ชั้นคิดไปแล้วอะดิ



Badoon Boss : ว่าไงนะ-- ?

แล้วสตาร์ลอร์ดก็ยิงอีเลเมนท์กันของเขาใส่ผนังยานจนเป็นระเบิดเป็นรู



ก่อนจะคว้ามันดาเลย์เจ็มติดมือไปได้แบบชิลล์ๆ และด้วยหน้ากากกับรองเท้าบู้ทไอพ่นของเขา ทำให้สตาร์ลอร์ดสามารถเดินทางในอวกาศได้เป็นระยะทางสั้นๆ

 ชั้นรักอวกาศ 

 อยู่บนโลกนั่น ชีวิตชั้นเหมือนฝันร้าย 

 ข้างล่างนั่น คุณจะไม่หันมามองผมอีกเป็นครั้งที่สองหรอก 

 แต่ข้างบนนี้ ผมใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน 

 ผมคือสตาร์ลอร์ดผู้เป็นตำนาน (I'm The Legendary Star-Lord) 


อีกด้านหนึ่ง กลุ่มคนที่ติดตามสตาร์ลอร์ด

??? : เขาออกจากยานพวกบาดูนได้แล้ว เราควรจับเขาเลยมั๊ยครับ กัปตัน

Captain : ไม่ต้อง--



Captain : ชั้นอยากรู้ว่าหมอนั่นจะทำอะไรต่อไป


สตาร์ลอร์ดกลับมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนต้นเรื่องอีกครั้ง พร้อมด้วยเป้สะพายหลังใบหนึ่ง

หญิงสาว : อะแฮ่ม ชั้นกะแล้วว่าจะต้องมีใครมาด้อมๆมองๆแถวนี้อีก พวกเราไม่มีอะไรเหลือให้นายขโมยอีกแล้วหรอกนะ

Star-Lord : อ่า--ผมไม่ได้ต้องการจะรบกวนนะ--ฟังนะ คุณเข้าใจผมผิดหมดเลย ผมขอโทษเรื่องก่อนหน้านี้ แต่ผมไม่ได้จะ-- ผมหมายถึง ผมโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหมือนกัน! บอกพวกเด็กๆ ว่า--

หญิงสาว : บอกพวกเขาว่าถ้าพวกเขาตั้งใจเรียนและมีความหวังอย่างจริงจัง แล้ววันนึงเขาจะได้โตมาเป็นโจรแบบนายนะหรอ ? ไม่ละ ขอบคุณ ทานอสเป็นต้นแบบที่ดีกว่าเยอะเลย นายไม่ได้ห่วงพวกเด็กๆหรอก นายบุกเข้ามาในบ้านของพวกเขานะย่ะ! พวกเขากว่าครึ่งนอนไม่หลับเป็นอาทิตย์!

Star-Lord : ไอศครีมใช้ได้ผลสำหรับผล เวลาเป็นแบบนี้นะ

หญิงสาว : ไอศครีมใช้ไม่ได้ผลสำหรับสิ่งที่นายทำหรอก


Star-Lord : งั้น บางทีนี่อาจจะได้ผล

แล้วสตาร์ลอร์ดก็ปลดเป้สะพายหลังออกมา เผยให้เห็นธนบัตรจำนวนมาก (อืม.. ในอวกาศก็ยังใช้แบงค์กันอยู่อีกเราะ)

หญิงสาว : นี่นายไปเอามันมาจาก-- ?



Star-Lord : เอามันไปให้นายหน้าของผม แล้วเขาก็ให้ทั้งหมดนี่ผมมาแทน

Star-Lord : จะบอกว่าตอนที่ผมได้ข่าวว่ากองทัพซ่อนอัญมณีไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมก็รู้เลยว่ามันต้องตกเป็นเป้าหมายของพวกคนชั่วแน่ๆ ผมเลยพยายามที่จะเอามันไปยังที่ปลอดภัยก่อนที่พวกชั่วนั่นจะก่อปัญหาขึ้นมา แต่ก็ไม่ทันการณ์ แต่ว่า--

Star-Lord : ฟังนะ ตอนนี้ทุกคนคิดว่าพวกบาดูนได้อัญมณีไปแล้ว เพราะงั้นคุณสามารถใช้เงินเพื่อพวกเด็กๆ ได้โดยไม่ต้องกังวล เอาไปซื้อไอศครีมเยอะๆเลย

หญิงสาว : เดี๋ยว หยุดก่อนนะ

Star-Lord : อะไรหรอ ?

หญิงสาว : นายน่าจะชิ่งหนีไปพร้อมกับเงินพวกนี้นี่นา นายจะหนีไปที่ไหนก็ได้ แล้วทำไมนายถึง-- ?


แล้วสตาร์ลอร์ดก็ย้อนไปนึกถึงวันเก่าๆ เมื่อสมัยเขายังเป็นเด็กอีกครั้ง

หลวงพ่อ : ปีเตอร์ เจ้าฟังที่พ่อพูดอยู่หรือเปล่า ?



Peter Quill : ครับ

หลวงพ่อ : เจ้ารู้นะว่า... ว่าแม่ของเจ้า... เธอใช้ชีวิตของเธอเพื่อปกป้องเจ้า

หลวงพ่อ : แต่การเสียสละของเธอจะไม่เปล่าประโยชน์เลยถ้า-- อะไรที่พ่อพยายามจะพูดคือ-- นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่เจ้าสามารถทำให้มันมีความหมายอะไรขึ้นมาได้ สร้างโลกให้เป็นที่ที่ดีกว่าเดิม

Peter Quill : ไม่ใช่แค่โลกหรอกครับ หลวงพ่อเจมส์ อวกาศ ผมจะสร้างอวกาศให้เป็นที่ที่ดีกว่าเดิมเลยละ

หลวงพ่อ : อ้า... ใช่สิ พ่อหนุ่มน้อยควิลล์... พ่อมั่นใจว่าพวกเราจะต้องคิดถึงจินตนาการอันยิ่งใหญ่ของหนูแน่ๆ



ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน สตาร์ลอร์ดยังคงถือมันดาเลย์เจ็มที่เขาบอกกับหญิงสาวว่านำมันไปแลกเงินมาให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ในมือ

Star-Lord : หน่อมแน้มซะจริงๆ เลยน๊า ควิลล์



Star-Lord : เอาเงินเก็บฉุกเฉินของตัวเองไปให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเนี่ย--

Star-Lord : -- ตอนนี้นายก็ไม่มีเงินพอจะเดินทางไปไหนได้ไกลกว่ากรู้ทจามแล้ว

Star-Lord : แต่อย่างน้อยชั้นก็ได้อัญมณีมาล่ะ มันดาเลย์เจ็ม หนึ่งในแร่ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล!

Star-Lord : อีก 12 วัน ไอ้หัวมันฝรั่งสีม่วงเอ๊ย แล้วจะจบกันซะที ชั้นจะให้แกได้เห็นดีแน่ ทานอส


แต่อยู่ดีๆ ก็มีเสียงติดต่อเข้ามาจากภายนอกยานของสตาร์ลอร์ด

นายถูกล้อมเอาไว้หมดแล้ว ปีเตอร์ ควิลล์! ยอมแพ้ซะ! จะได้ช่วยเราทั้งสองฝ่ายประหยัดเวลา

Star-Lord : ใครว่ะนั่น-- ?




Captain Victoria : ข้าคือกัปตันวิคตอเรีย ผู้บัญชาการของเหล่าราชองครักษ์แห่งสปาร์แท็กซ์ และบุตรีแห่งอดีตจักรพรรดิ์เจสัน (J-Son) ภายใต้อำนาจของข้า ข้าขอจับกุมเจ้า ยอมจำนวนเดี๋ยวนี้-- ก่อนที่ข้าจะเตะตูดที่น่าสมเพชของเจ้าต่อหน้าคนทั้งกาแล็คซี่



Star-Lord : บุตรีแห่ง-- ? โอ้ พระเจ้า! ชั้นมีน้องสาวด้วย?!


จบเล่ม 1.

***อ่านจบแล้วก็คอมเมนท์กันหน่อยสิเธอว์***

------------------------------------------------------------------------------------------

คุยกันท้ายเล่ม
          เกาะกระแสหนัง Guardians of The Galaxy กันอีกหน่อย กับซีรีย์ฉายเดี่ยวของสตาร์ลอร์ด แม้นนนนน!! Who ? (ใครไม่ขำแปลว่ายังไม่ได้ดูหนัง) ผมเองก็คงจะเหมือนกับหลายๆคนที่ดูหนังมาแล้วติดใจกับการ์เดี้ยน ก็เลยมาลองเริ่มหาคอมมิคอ่าน แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยได้อ่านซีรีย์หลักของการ์เดี้ยนเลยเหมือนกัน ฮ่าๆๆ.. แต่ดันไปหาอ่านซีรีย์ฉายเดี่ยวแทนซะงั้น >_<"

          สำหรับซีรีย์นี้ก็คงพูดถึงเรื่องราวระหว่างที่เขาแยกออกมาจากพวกการ์เดี้ยนเพื่อตามหาอัญมณีอันทรงพลังเพื่อนำไปล้างแค้นทานอส (นี่มีอัญมณีสำหรับใส่กับถุงมือเกรียนแล้ว ยังมีอัญมณีบ้าพลังอย่างอื่นอีกหรอฟ่ะเนี่ย!!??) ส่วนไอ้เรื่องแค้นอะไรกับทานอสนั้น ไปไล่หาประวัติการ์เดี้ยนอ่านกันได้จาก ที่นี่ เลยครับ (ยาวนะ ขอบอก) ส่วนสปอยล์หน้า ก็จะยังเป็นซีรีย์ฉายเดี่ยวของ 1 ในสมาชิกของการ์เดี้ยนออฟเดอะกาแลคซี่เช่นกัน ส่วนจะเป็นใครนั้น ลองเดากันดูสิ

          ฝากอีกเรื่องนึง คือการฝึกภาษาอังกฤษนะครับ ผมทำบล็อกนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจสองข้อคือ 1. อยากให้ทุกคนได้อ่านคอมมิคกันมากขึ้น และ 2. อยากให้ทุกคนได้ฝึกภาษาอังกฤษจากคอมมิคกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าผมจะพยายามแปลโดยละเอียดที่สุดเท่าที่ผมจะแปลได้ เพราะผมเองก็ไม่ใช่คนเก่งภาษาอะไร เปิดดิคและกูเกิ้ลทรานสเลทเอาเหมือนกันนะ แล้วก็พยายามจะแทรกเกร็ดภาษาลงไปในการสปอยล์ด้วย ยังไงถ้าน้องๆ โดยเฉพาะน้องๆ ม.ต้น ม. ปลาย หรือแม้แต่มหาลัย (รวมทั้งเพื่อนๆวัยทำงานก็เถอะ) ถ้าได้เข้ามาอ่านบล็อกนี้ละก็ อย่าลืมคลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ จะได้ลองอ่านภาษาอังกฤษแล้วเปรียบเทียบกับสปอยล์ภาษาไทยที่ผมทำไว้ให้ จะได้เป็นการฝึกภาษาอังกฤษกันไปในตัวนะครับ (แต่ถ้าถามว่าแล้วทำไมไม่ทำรูปใหญ่ๆ ให้อ่านได้เลย ไม่ต้องคลิ๊ก ก็มีเหตุผล สองข้อเหมือนกัน ข้อ 1. ถ้าลงรูปใหญ่เกินไป จะเสี่ยงถูกแจ้งละเมิดลิขสิทธิ์และลบบล็อกได้ครับ เพราะเราใช้บล็อกฟรีของกูเกิ้ล เคยมีกรณีที่เวบสปอยล์เมืองนอกถูกสำนักพิมพ์ฟ้องมาแล้วด้วย และ ข้อ 2. ถ้าคลิ๊กที่รูปหรือลิงค์ ผมจะมีรายได้เล็กๆ น้อยจากเวบ adf.ly เอาไว้จ่ายค่าไฟนะครับ แหะๆ)

Musashi

5 ความคิดเห็น:

  1. คนอื่นในกลุ่มน่าจะเป็น ร๊อกเก็ตกับกรูต

    ตอบกลับลบ
  2. เป็นซีรี่ส์ที่เกาะกระแสหนังจริงๆ วาดคอสตูมเหมือนหนังเปี๊ยบ
    แต่ก็ดีกว่าตอนที่เปิดตัวทีม GotG ของ Marvel NOW ใหม่ๆ
    ที่ออกแบบชุดใหม่มาได้ไม่ถูกใจแฟนๆ เลย

    ผมชอบชุดแบบเก่า ที่เป็นคล้ายๆหมวกแก๊บกับหน้ากากแบบนี้ มันดูลึกลับเคร่งขรึม ดุๆ ดี
    มาตอนนี้สตาร์-ลอร์ดกลายเป็นไอ้หนุ่มมาดกวนไปแล้ว ก็สนุกไปอีกแบบ ^_^

    ตอบกลับลบ
  3. สุดยอดไปเลยครับ เป็นกำลังใจให้ครับ ^_^

    ตอบกลับลบ
  4. "ปีเตอร์" ที่คิตตี้พูดถึงนั้นคือเเฟนเก่าคิตตี้คับ ชื่อ Colossus

    ตอบกลับลบ
    คำตอบ
    1. โอ้! ขอบคุณครับ ลืมไปเลยว่าโคลอสซัสชื่อจริงว่าปีเตอร์ ผมจำได้แต่นามสกุลรัสปูติน

      ลบ